You are here: Home บทความ แนวทางสร้างมาตรฐานแฟรนไชส์ ควรเป็นอย่างไร?
แนวทางสร้างมาตรฐานแฟรนไชส์ ควรเป็นอย่างไร? PDF Print E-mail
เรื่องราวต่างๆของโลกใบนี้ บางทีก็น่าคิดว่าเราน่าจะหาทางออกด้วยการพูดจาทำความเข้าใจ จับเข่านั่งคุยกันบางทีความขัดข้องหมองใจก็อาจจะหมดไปได้  และหลายคนก็คิดอย่างนั้น มีหลายเรื่องหลายสิ่งที่เราใช้เวลาการบอกกล่าว 
 
นำเสนอความคิดของตัวเองมากมาย แปลกแต่จริงที่ยิ่งมีการพยายามบอกเรื่องราวที่มีมากมาย แต่กลับยังไม่ได้แก้ไขให้เกิดความเข้าใจระหว่างกันบ้างเลย  ที่จริงแล้วสังคมไม่ได้ขาดเรื่องราวพูดจาบอกเล่า หรือ การสื่อสารที่ดีแต่จริงๆแล้ว เราน่าจะขาดคนที่จะฟัง...มากกว่า..........................................
 
ขณะที่เขียนต้นฉบับนี้ ผมกำลังอยู่ในระหว่างการเดินทางเพื่อปฏิบัติภารกิจในอเมริกาต้นแบบของระบบธุรกิจด้านแฟรนไชส์รวมถึงรูปแบบการค้าปลีกหลายๆด้าน ต้องยอมรับว่าการเจริญเติบโตบางส่วนของเขาเองนั้นดีกว่าบ้านเรา เป็นตำราเล่มใหญ่ให้กับการทำความเข้าใจสำหรับนำมาพัฒนาธุรกิจบ้านเราที่ยังอาจจะต้องใช้เวลาบ้าง แต่ด้วยการเรียนรู้จากสิ่งที่มีอยู่ก็น่าจะสามารถร่นระยะเวลาการเติบโตพัฒนาให้เร็วขึ้นได้มากกว่าการคิดเองขึ้นมาใหม่
 
การสร้างมาตรฐานการดำเนินธุรกิจด้านแฟรนไชส์ในบ้านเราเองก็จะต้องมีขึ้นไม่ว่าในทางใดทางหนึ่ง เพราะการสร้างธุรกิจระบบแฟรนไชส์นั้นเป็นรูปแบบที่มีผลกระทบต่อวิธีการลงทุนของชาวบ้านร้านค้าเป็นอย่างมาก 
 
ทั้งในแง่การพัฒนารูปแบบการทำธุรกิจ การแข่งขัน รวมถึงแนวทางการลงทุน สำหรับประชาชนทั่วไปแล้วเมื่อพูดถึง ระบบแฟรนไชส์ นับว่าเป็นธุรกิจอย่างเดียวที่ต้องทำความเข้าใจอย่างมากก่อนที่จะควักเงินก้อนสุดท้ายไปลงทุน การผิดพลาดจากการตัดสินใจนั้นต่างมีผลกระทบอย่างมากสำหรับชาวบ้านร้านค้า หรือผู้ที่กำลังตั้งใจประกอบธุรกิจ
ถ้าหากว่าบ้านเราเมืองเรามีแต่แฟรนไชส์ที่เป็นธุรกิจมาตรฐานเพียงพอ ถึงแม้ว่ายังมีบ้างที่อยู่ในขั้นการพัฒนาปรับธุรกิจให้ดีขึ้นนั้นก็เป็นเรื่องธรรมดาที่พอยอมรับได้ แต่ที่สำคัญถ้าธุรกิจที่สร้างเป็นระบบแฟรนไชส์เกิดขาดความตั้งใจที่จะพัฒนาธุรกิจของตนเองให้เกิดความสำเร็จแท้จริง เพียงแต่สร้างเป็นธุรกิจขึ้นมาเพื่อแสวงหาประโยชน์เท่านั้นจะเป็นเรื่องอันตรายอย่างมาก นอกจากมีโอกาสสร้างความเสียหาย มีความเสี่ยงต่อการขาดทุน หรือขาดอนาคตในทางการตลาดระยะยาวแล้ว ที่สำคัญเท่ากับไปปลูกสร้างความไม่เข้าใจทั้งระบบแฟรนไชส์และขัดกับแนวทางการสร้างผู้ประกอบการที่ดีไปด้วย เสียอะไรไปก็ไม่เท่ากับเสียความตั้งใจของคนดีๆที่จะเป็นกำลังให้สังคมไป ผมถือว่าเป็นการขาดทุนของสังคมที่ไม่ควรเกิด
 
การจัดแนวทางการดำเนินธุรกิจแฟรนไชส์ที่ควรทำ ควรเป็น ที่เรียกว่าเป็นจรรยาบรรณของผู้ประกอบการ โดยสมาคมธุรกิจแฟรนไชส์ฯ ที่แถลงข่าวไปไม่นานมานี้ ก็เพื่อเพิ่มข้อดีของการลงทุนในระบบแฟรนไชส์ที่สำคัญคือ ประโยชน์ของแฟรนไชส์ซีทีได้จากการเรียนรู้วิธีการทำธุรกิจอย่างเป็นระบบเพราะการเริ่มธุรกิจที่มีพี่เลี้ยงที่เป็นแฟรนไชส์ซอร์เป็นผู้เอาใจใส่ดูแลจะต้องนำมาในสิ่งที่ดีกว่าแน่นอน 
 
การวัดความเป็นมาตรฐานของการดำเนินธุรกิจเหมือนกับเป็นการให้ข้อสังเกตกับสังคมทั่วไปว่า ยังมีแฟรนไชส์ที่อยู่ในข่ายในเกณฑ์น่าลงทุน ทำให้เกิดการสร้างรูปแบบของการประกอบการที่ดีตามที่ต้องการและสามารถบอกกับนักลงทุนได้ว่า แฟรนไชส์ใดเป็นแฟรนไชส์ที่ควรอยู่ในกรอบของธุรกิจน่าพิจารณาลงทุน หรือ ให้ตัดทิ้งไปได้เลย
วิธีการตรวจสอบและให้ ตราสัญลักษณ์ ครั้งนี้เกิดจากโครงการพัฒนาธุรกิจขนาดเล็กให้เป็นแฟรนไชส์ ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ที่ปัจจุบันกำลังจัดสร้างเกณฑ์การวัดมาตรฐานของผู้ประกอบการแฟรนไชส์ โดยโครงการนี้จะดำเนินการตรวจสอบกับธุรกิจต่างๆที่ผ่านการอบรมการสร้างธุรกิจให้เป็นแฟรนไชส์ ทั้งหมดที่ดำเนินการมาตลอดระยะเวลาสี่ปีที่ผ่านมากว่า 200 บริษัท 
 
โดยโครงการนี้ถือเป็นการนำร่องเสียก่อนที่จะมีการสร้างเป็นมาตรฐานการตรวจสอบธุรกิจแฟรนไชส์ทุกๆธุรกิจในประเทศ และยอมรับด้วยกันทุกฝ่ายในช่วงต่อไป สำหรับเกณฑ์การวัด วิธีการ รวมถึงรายชื่อบริษัทที่จะได้รับการคัดเลือกให้เป็นบริษัทแฟรนไชส์ที่ได้รับการเลือกนั้น คงต้องนำมาเล่าให้ท่านที่รักรับทราบกันต่อไป 
 
แต่สำหรับวันนี้คงต้องบอกว่า ธุรกิจแฟรนไชส์ที่กำลังเดินหน้าเต็มกำลังเพื่อจะเป็นแกนของระบบธุรกิจค้าขายรายเล็กในประเทศของเรานี้ ไม่ได้เพียงเติบโตโดยขาดการเหลียวแล แต่ยังมีหน่วยงานทีสำคัญต่างๆกำลังโอบประคองให้ธุรกิจในภาพรวมเติบโตไปอย่างถูกหลักการ
 
อ้างอิงจาก อ.พีระพงษ์ กิติเวชโภคาวัฒน์
 


Line id : ufofishball