แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย

แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย” เป็นอาหารยอดนิยมของคนไทยและคนต่างชาติ พริกแกงเขียวหวานมีการใช้พริกสดสีเขียวจึงทำให้น้ำแกงมีสีเขียวอ่อนๆ แกงชนิดนี้ก็เลยถูกเรียกชื่อว่าแกงเขียวหวาน ในการปรุงแกงเขียวหวานสามารถใช้เนื้อสัตว์ได้นานาชนิด เช่น ไก่ กุ้ง เนื้อ หรือลูกชิ้นปลากราย ซึ่งหากใช้เนื้อสัตว์ชนิดใดชื่อของแกงเขียวหวานก็จะมีชื่อเนื้อสัตว์ชนิดนั้นต่อท้าย เช่น หากมีการใช้ลูกชิ้นปลากราย ก็จะถูกเรียกชื่อว่าแกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย
คุณค่าอาหารทางโภชนาการ

        แกงที่เราคุ้นเคยกันดีชนิดหนึ่ง ก็คือแกงเขียวหวาน  ในที่นี้เราจะพูดกันก็คือ แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย เพราะเป็นที่ทราบกันทั่วไปว่า ในทางโภชนาการ ปลาเป็นแหล่งที่ดีของโปรตีน มีไขมันไม่สูง เพราะฉะนั้นจึงแนะนำเป็นแกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย

แกงเขียวหวานจะประกอบไปด้วยพริกแกง องค์ประกอบหลักของพริกแกงเขียหวานส่วนใหญ่ไม่แตกต่างจากพริกแกงแดงหรือพริกแกงเผ็ด ความแตกต่างของแกงเขียวหวานกับแกงเผ็ดก็คือ พริกแกงเขียวหวานมีการใช้พริกสดเป็นส่วนประกอบ จึงทำให้เครื่องแกงเขียวหวานหรือพริกแกงเขียวหวานมีคุณประโยชน์มากกว่าพริกแกงแดง โดยการศึกษาวิจัยของอาจารย์สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า พริกแกงเขียวหวานมีคุณสมบัติในการลดการอักเสบ การอักเสบเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นโรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคเบาหวาน โรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดหัวใจหรือโรคอะไรที่มีการอักเสบเป็นจุดเริ่มต้น  เพราะฉะนั้นในด้านคุณประโยชน์ของ พริกแกงไทย ไม่ว่าจะเป็นแกงเผ็ดหรือแกงเขียวหวาน ล้วนแต่ให้ประโยชน์ทั้งสิ้น แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเรานำมาทำเป็นอาหารก็จะมีการใส่ส่วนประกอบอย่างอื่นเพิ่มเข้าไปเช่น แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย ก็จะมีการใส่มะเขือ ใบโหระพา ซึ่งนับเป็นผัก เป็นสมุนไพรที่ล้วนแต่ให้คุณประโยชน์ต่อสุขภาพ เพราะฉะนั้น ไม่ว่าเราจะนำพริกแกงไปทำอาหารชนิดใดก็ตาม แล้วมีการเพิ่มเติมผักสมุนไพรบางอย่างเข้าไป แน่นอนประโยชน์ต่อสุขภาพในด้านการป้องกันโรค ด้านการต้านอนุมูลอิสระ ด้านการต้านการอักเสบหรือลดการอักเสบที่จะเกิดขึ้นภายในร่างกายของเรา อาหารต่างๆ ที่เรารับประทานเข้าไปก็สามารถช่วยได้ ถึงแม้ว่า แกงเขียวหวานจะมีส่วนของกะทิ แต่ว่าเรายังมีส่วนประกอบบางอย่างที่อยู่ในแกงเขียวหวาน เช่น มะเขือเปราะ หรือมะเขือพวง มะเขือทั้ง 2 ชนิดดังกล่าวล้วนมีประโยชน์คือ มีใยอาหาร เพราะฉะนั้นถ้าเรารับประทานแกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากรายพร้อมกับมะเขือไม่ว่าจะเป็นมะเขือเปราะหรือมะเขือพวง ก็น่าจะช่วยลดปัญหาของการรับประทานกะทิมากเกินไปส่วนหนึ่ง แกงเขียวหวานจึงเป็นแกงชนิดหนึ่งที่น่าสนใจ สมควรที่จะอนุรักษ์ไว้บริโภคกันต่อไป

ข้อมูลคุณค่าโภชนาการโดย…ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมศรี เจริญเกียรติกุล
ส่วนผสม
วิธีทำพริกแกง
- เนื้อปลากรายขูด
4
ถ้วยตวง
- รากผักชีซอยละเอียด
1 ½
ช้อนโต๊ะ
- กระเทียมซอยละเอียด
1 ½
ช้อนโต๊ะ
พริกไทยเม็ด
24
เม็ด
- เกลือป่น
½
ช้อนชา
- น้ำ
3
ช้อนโต๊ะ
- มะพร้าวขูด
1,000
กรัม
- หัวกะทิ
1 ¾
ถ้วยตวง
หางกะทิ
5 ½
ถ้วยตวง
มะพร้าวที่เหลือจากหัวกะทิ
- น้ำ
6
ถ้วยตวง
ส่วนผสม:พริกแกง
- พริกขี้หนูสีเขียว
20
เม็ด
- พริกสดสีเขียว (พริกชี้ฟ้า)
7
เม็ด
- กระเทียมซอย
3
ช้อนโต๊ะ
- หอมแดงซอย
3
ช้อนโต๊ะ
- ตะไคร้หั่นฝอย
2
ช้อนโต๊ะ
- ข่าหั่นละเอียด
1 ¾
ช้อนชา
- กระชายปอกเปลือกหั่น
2
ช้อนโต๊ะ
- ผิวมะกรูดหั่นละเอียด
2
ช้อนชา
- ลูกผักชี
1
ช้อนโต๊ะ
- ยี่หร่า
½
ช้อนชา
- เกลือป่น
¾
ช้อนโต๊ะ
- กะปิ
1
ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยเม็ด
30
เม็ด
- รากผักชีซอยละเอียด
1 ½
ช้อนโต๊ะ
- พริกเหลือง
2
เม็ด
ผัก
- มะเขือเปราะ (ผ่า 8 ส่วน)
8
ลูก
- มะเขือพวง
1
ถ้วยตวง
- พริกชี้ฟ้าแดงหั่นเฉียง
1/3
ถ้วยตวง
- กระชายซอยเป็นเส้นยาว ๆ
1 ½
ถ้วยตวง
- ใบมะกรูดฉีก (ใบอ่อน)
10
ใบ
- โหระพาเด็ดเป็นใบ ๆ
1 ½
ถ้วยตวง
- น้ำตาลปี๊บ
1
ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา
3
ช้อนโต๊ะ
1.
ลูกผักชีคั่วให้หอม ยี่หร่าคั่วให้หอม ป่นละเอียด แยกพักไว้
2.
โขลกพริกไทยให้ละเอียด ใส่รากผักชี ข่า ผิวมะกรูด ตะไคร้โขลกละเอียด ใส่พริกขี้หนูพริกชี้ฟ้า  พริกเหลือง เกลือป่น โขลกรวมกันให้ละเอียด ตามด้วยกระชาย หอม กระเทียม กะปิ โขลกรวมกันทั้งหมดจนละเอียด ใส่ลูกผักชี ยี่หร่าที่เตรียมไว้ผสมลงไปในน้ำพริกแกงทั้งหมด โขลกให้เข้ากัน
วิธีทำลูกชิ้นปลากราย
1.
เนื้อปลากราย (ควรเป็นปลาที่สดเนื้อปลาสีชมพู ลูกชิ้นจึงจะเหนียว) ขูดเลือกก้างออกให้หมดแช่ในอ่างน้ำแข็งเพื่อให้สด
2.
โขลกพริกไทย รากผักชี กระเทียมให้ละเอียด ผสมกับเนื้อปลานวดให้เข้ากัน
3.
ละลายเกลือกับน้ำ ค่อย ๆ นวดปลาในอ่างให้เหนียวผสมกับน้ำเกลือทีละน้อยจนหมด ขณะที่นวดปลาให้เป็นเนื้อเดียวกัน ต้องแช่ปลาในอ่างที่มีน้ำแข็งอยู่ด้วยอีกชั้นเพื่อทำให้ปลาสดและมีความเหนียวสลับกับการนวดปลาไปเรื่อย ๆ จนกว่าเนื้อปลาจะเหนียวและสีของเนื้อปลาจะเป็นเงาใสแสดงว่าได้ที่แล้ว ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
4.
ใช้ช้อนตักเนื้อปลาให้เป็นลูกกลมแบนแตะน้ำเปล่าเล็กน้อย เพื่อไม่ให้ติดมือ ต้มในน้ำเดือด (ถ้าต้องการให้เนื้อปลาเป็นสีขาว ควรใส่น้ำส้มสายชูลงไปเล็กน้อย) เมื่อลูกชิ้นปลาลอยขึ้นแสดงว่าสุกแล้ว ตักขึ้นใส่น้ำเย็น
วิธีทำแกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย
1.
คั้นมะพร้าวเป็น 2 ส่วน หัวกะทิและหางกะทิ หัวกะทิคั้นไม่ใส่น้ำ หางกะทิใช้มะพร้าวที่เหลือจากหัวกะทิ ใส่น้ำครั้งละ 2 ถ้วยตวง คั้นหางกะทิ 3 ครั้ง คั้นทีละน้อยเพื่อให้ได้หางกะทิที่มันและเข้มข้น นำหัวกะทิไปเคี่ยวให้แตกมัน หางกะทิตั้งไฟให้เดือด เพื่อคงความสด และไม่เหม็นหืน ขณะที่รอเตรียมเครื่องปรุงอื่นอยู่ เพื่อพร้อมที่จะแกงได้   ทันที
2.
นำหัวกะทิที่เคี่ยวแตกมันแล้วใส่กะทะ ประมาณ 2 ทัพพี
3.
นำพริกแกงที่โขลกไว้มาผัดกับหัวกะทิที่เคี่ยวแตกมันแล้ว ใช้ไฟอ่อน ผัดจนหอมเติมหัวกะทิไปเรื่อย ๆ จนหมดคนให้ทั่วอย่าให้ไหม้จนมันลอยขึ้นมา (หรือที่เรียกว่า แตกมัน) ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
4.
นำลูกชิ้นที่ต้มแล้วมาผัดกับน้ำพริกแกง ใส่กระชายซอยผัดให้ทั่ว
5.
เทใส่ในหม้อหางกะทิที่เดือดแล้ว ตั้งให้เดือดอีกครั้ง
6.
ใส่มะเขือพวง พอใกล้สุกจึงใส่มะเขือเปราะ ใบมะกรูด พริกชี้ฟ้า
7.
ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา ให้เดือดอีกครั้งปิดไฟ ใส่ใบโหระพา แล้วจึงยกลง
เคล็ดลับความอร่อย
1.
มะเขือพวงจะสุกช้ากว่ามะเขือเปราะจึงต้องใส่มะเขือพวงก่อนมะเขือเปราะ
 จาก….โครงการเผยแพร่และอนุรักษ์อาหารไทยผ่านเว็บไซต์สถาบันโภชนาการ
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ลูกชิ้นปลา, ลูกชิ้นปลาทอด คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>